Sunday, August 30, 2009

Jim Chanos (Short-Selling Wizard)


Jim Chanos

Short-Selling Wizard

ถ้าพูดถึงการทำ Short sell แล้วหลายๆคนจะนึกถึงชื่อแรกขึ้นมาก่อนคือ Gorge Soros ซึ่งทำให้การ short sell เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และได้ยินคำนี้ตั้งแต่สมัยผมยังเป็นเด็กและเรียนอยุ่ก็เพราะชื่อนี้ แต่ถ้าพูดตามตรงแล้วในวงการ Soros นั้นใช้ประโยชน์จากเครื่องมือที่เรียกว่า Short sell ในสถานการณ์พิเศษเท่านั้น ซึ่งหลายๆคนคงจะทราบดี แกจะใช้เมื่อเกิด Bubble Crisis เท่านั้น

เมื่อการ Short Sell ทำกำไรได้รวดเร็วและงดงาม ก็มีผู้คนอยากเอาอย่างบ้าง รวมทั้งหลายๆเฮดจ์ฟันพยามที่ทำตาม แต่ผลลัพท์กลับหาผู้ประสบความสำเร็จในด้านนี้น้อยมาก กำไรที่ทำได้ก็เพียงช่วงสั้น ในระยะยาวแล้วกลับล้มเหลวเสียส่วนมาก ยกตัวอย่างในวิกฤตปี 2008 ที่ผ่านมามีเฮดจ์ฟันที่รอดตัวมาได้เพียงแค่ 10% เท่านั้น

ดังนั้นการทำ Short sell จึงเป็น skill ที่ Trader ควรจะต้องคำนึงถึง เพราะถ้า trader ที่ไม่มี skill short sell แล้ว ใน Long–Run จะสำเร็จในการ short ยากมาก

ทีนี้มาดู Jim Chanos กันครับ เค้าถือว่าเป็นหนึ่งใน ผู้ Master ในวงการ Short sell เลยทีเดียว เพราะการเล่น short sell เป็นหลักนั้นทำกำไรได้ยากในLong-Run แม้กระทั่ง Soros ยังเลือกใช้เฉพาะในเวลาที่เกิด Reflexivity เท่านั้น (สถานการณ์พิเศษ)

ที่น่าสนใจที่หากเราเข้าไปที่ห้องประชุมของ Jim Chanos เราจะเห็นหนังสือสุดโปรดของเค้า ซึ่งน่าสนใจทีเดียวสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่น Short sell ด้านเดียว เพราะหนังสือที่เค้าชอบ และ บุคคลที่เค้าชื่นชอบ หนึ่งในนั้น คือ Warren Buffet
(รายละเอียดหนังสือของเค้าจะมีอยู่ตอนที่เค้าให้สัมภาษณ์กับ Katherine Burton ของ Bloomberg ครับ)

“แต่ถึงแม้ผมจะชอบ Warren Buffet ก็ไม่ได้หมายความว่า ผมต้องทำแบบเค้า เค้าเป็นคนเก่งมีวิสัยทรรศน์ยาวไกล ถ้าผมเชี่ยวชาญแบบนั้นผมจะเลือกวิธีการลงทุนแบบนั้นซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ทีนี้ปัญหามันอยุ่ตรงที่ผมไม่ได้เชี่ยวชาญแบบนั้นน่ะสิ ตอนอายุไม่ถึง 10 ขวบผมยังไม่เคยคิดทำการค้าขายอะไรสักอย่างเลย ตอนโตขึ้นผมก็ยังตั้งใจจะเป็นหมออยุ่เลย ดังนั้นผมจึงต้องหาวิธีและสไตล์ของผมเอง”

(งวดนี้จะพยามลดภาษา ENG ให้มากที่สุดครับ มีเพื่อนๆส่งเมลล์มาบอกว่า ไม่ค่อยถนัดอ่าน Eng เท่าไร)

“เราอยุ่ในยุคแข่งขันเมื่อบริษัทหนึ่งทำได้ดีมาก บริษัทหนึ่งย่อมแย่ลงเพราะสู้ไม่ไหว นี่คือความจริงและความโหดร้ายของระบบทุนนิยม มันง่ายกว่ามากสำหรับผม เมื่อดูผลลัพธ์มาแล้วว่าใครเป็นผู้ชนะ หรือผู้แพ้ ในอุตสาหกรรมนั้นๆ แต่ถ้าผมจะเลือกผู้ชนะตอนรู้ผลไปแล้ว ผมอาจจะต้องจ่ายแพงกว่า บัฟเฟตถึงสองเท่าก็ได้ตอนนั้น ดังนั้นผมเลือก Short ผู้แพ้ดีกว่า”

“ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นมากขนาดนี้ ผู้ค้าน้ำมันได้ประโยชน์ ดังนั้นจึงมีผู้เสียประโยชน์ในวงการอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาน้ำมันมาก ผมเลือก short ด้านนั้น “

“ราคาทองคำที่ปรับตัวสูงมากส่งผลกระทบต่อต้นทุนบริษัทจิวเวอร์รี่อย่างมาก กำไรที่ทำได้จะปรับลดลงอย่างแน่นอน ในงบบัญชีถัดไป ผมเลือก Short ด้านนั้น”

ปัญหาส่วนมากที่ทำให้คนเล่น Short Sell ไม่สำเร็จในระยะยาวก็คือ การขาดความเข้าใจที่แท้จริงเกี่ยวกับ ระบบการเงินโดยมุ่งเน้นผลตอบแทนระยะสั้นเป็นหลัก

“ถ้าคุณเลือก Short sell เพียงเพราะว่า ราคาสินทรัพย์ หรือ ดัชนีสูงขึ้นมามากแล้ว คุณก็เป็นเหมือน เทรดเดอร์อีก 90% บนโลกนี้ ที่ระยะยาวแล้วตัวเลขในบัญชีของคุณเองไม่ได้เพิ่มขึ้นมากสักเท่าไร เพราะคุณกำลังไม่ยอมรับความจริงที่ว่าในระบบทุนนิยมนั้นสิ่งที่มีค่าที่แท้จริงในระยะยาวคือสินทรัพย์ ส่วนเงินซึ่งเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนนั้นจะเสื่อมค่าลงเรื่อยๆตามเงินเฟ้อ ซึ่งการ Short sell ก็คือ การขายสินทรัพย์ออกมาก่อนล่วงหน้า แล้วรับเงินสดออกมาก่อนในปัจจุบัน “

“ถ้าคุณเลือกเล่น Short sell style แล้วล่ะก็ คุณจะต้องเก่งในเรื่องของคนมากเลยทีเดียว เพราะคุณต้องรุ้ว่าเมื่อไรที่คนจะกลัว ไม่กล้าถือสินทรัพย์ในระดับราคานั้นๆ ถ้าไม่มีอะไรมาบีบให้คนขายสินทรัพย์ออกไปได้ คุณเตรียมตัวรับผลจากการ Short sell ของคุณได้เลย”

ท้ายนี้ในช่วงที่ผมกำลังยุ่งมากๆกับกองทุนส่วนตัวของตัวเองอยุ่นั้น หากมีเวลาผมก็จะทยอยนำเอา เกร็ดของ เฮดจ์ฟันเมเนเจอร์ เด่นๆมาเล่าสุ่กันฟัง เพื่อที่จะได้เห็นว่า พวกเค้าแต่ล่ะคนถึงแม้จะต่างแนวทาง ต่างความคิด กัน แต่สิ่งที่ทำให้พวกเค้าประสบความสำเร็จได้เหมือนๆกัน คือ การมองความจริง เรียนรุ้และเปิดกว้างในแนวคิดของคนอื่นเสมอ เพื่อมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับความสามารถของตัวเอง และ ทุกคนล้วนมองใน Term ของ Long Run เป็นหลัก

“คน 90% สนใจเรื่องผิดถูกเป็นหลัก หากเค้าคิดว่าแนวคิดของคุณผิดแล้ว เค้าจะไม่ฟังคุณเลย แต่ถ้าคุณเป็นคนฟังแนวคิดของคนอื่นถึงแม้ลึกๆคุณอาจจะไม่เห็นด้วยก็ตาม คุณจะได้เรียนรู้อะไรมากกว่าสิ่งที่คน 90% นั้นไม่เคยรับรุ้มาก่อนในชีวิตเลยทีเดียว และเมื่อคุณนำมาพัฒนาให้สอดคล้องกับความสามารถที่คุณมีแล้วล่ะก็ พอถึงตอนนั้น คนอีก 90% ก็จะบอกว่า คุณเป็นคนที่มีพรสวรรค์ พวกเค้าไม่สามารถเป็นอย่างคุณได้ ทั้งๆที่คุณทำงานหนักมากกว่า เปิดใจมากกว่า “Jim Chanos

12 comments:

chana said...

ขอบคุณครับ บทความเยี่ยมมาก

อยากเรียนรู้เกี่ยวกับการฝึกการเป็น Trader อย่างละเอียดของแต่ละคนครับ

อนาคต (ตี๋) said...

ตามอ่านอยู่เสมอครับ

author unknown said...

ติดตามผลงานอยู่ครับ

บทความนี้น่าสนใจดีครับ
เพิ่งอ่านเจอเรื่องการคิดต่าง
Contrarian strategist
คล้ายๆแบบนี้พอดีเลยครับ



เพิ่งไปส่งการบ้านมาที่คลับอิสรภาพ
มาว่าได้ 1.4%ต่อ 2เดือนที่ทำครับ

balperfect said...

เข้ามารอ บทความต่อๆไปค้าบบบ

momo said...

ขอบคุนมากครับ พี่

Boe said...

คือว่ามีผู้อ่านที่ถนัด Eng อยู่เหมือนกันอะคับ โพสเป็นไทยไม่ว่ารบกวนแปะ source ที่เป็นภาษาอังกฤษด้วยก็จะดีมากครับ

one said...

ขอบคุณ ครับ

สงสัยครับว่า

การฝึกเป็นเทรดเดอร์ จะแตกต่างไปตามแต่ลักษณะนิสัย
จุดอ่อนจุดแข็งของแต่ละบุคคลหรือเปล่าครับ

หรือการฝึกเช่นเดียวกันหมด แต่แต่ละบุคคลไปประยุกต์ให้เข้ากับตัวเอง เองครับ

mudleygroup said...

การฝึกเทรดเดอร์ต้องฝึกไปตามแต่ล่ะจริตของบุคคลนั้นๆครับ เพราะพื้นฐานของคนเราแต่ล่ะคนไม่เหมือนกัน บางคนไม่กล้าเสี่ยง บางคนกล้าได้กล้าเสีย บางคนไม่กล้ายอมรับผิดพลาด บางคนพื้นฐานเป็นคนไม่มีวินัยเลย

ดังนั้นหากจะให้ประสบความสำเร็จจริงๆ Trader จะมีโค้ชที่คอยปรับปรังและพัฒนา เหมือนนักกีฬาที่มีโค้ชน่ะครับ ยกตัวอย่างที่อเมริกา จะมีนักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงมากมายคอยเป็นโค้ชให้ และมีผู้ฝึกสอนที่ความรู้ความชำนาญคอยวางพื้นฐานที่เหมาะสมให้

แต่ถ้าเราอยากฝึกฝนจริงๆถึงแม้เราจะไม่ได้อยู่ที่ประเทศที่เค้ามีอาชีพเทรดจริงจัง เราก็สามารถพยามด้วยตัวเราเองได้ครับ เพียงแต่เราต้องยอมรับความจริงถึงจุดอ่อนจุดบกพร่องของตัวเราเองให้ได้

เมื่อเราพัฒนาควบคุมจุดอ่อนของเราได้แล้ว ให้ลองพยามเล่นเกมส์ที่เราควบคุมผลลัพท์ไม่ได้ เช่น Poker ลองเล่นที่ face book ก็ได้ครับ หากเราสามารถสร้างรายได้จากเกมส์เช่น Poker ได้อย่างสม่ำเสมอในระยะยาวแล้ว เท่ากับเราสามารถ Trading เป็นอาชีพได้แน่นอนครับ

**Trader เฮดจฟันหลายๆคนเป็นนัก Poker อาชีพ ทั้งนั้นครับ :)

ดอกไม้ DSM said...

คุณ MudleyGroup ครับ

ถ้าหากพอมีเวลา รบกวนขอคำอธิบายเพิ่มเติม

เกี่ยวกับภาพที่โพสใหม่ด้วยครับ

(Macro Indicator)

ขอบคุณมากครับ

one said...

ขอบคุณครับ

รบกวน ถามต่อนะครับ(ว่างตอนไหนค่อยตอบก็ได้ครับ)

1.ดัชนี หรือข้อมูล
ดัชนี หรือข้อมูล อะไรที่เทรดเอร์จะต้องใส่ใจเป็นพิเศษกันเป็นประจำบ้างครับ นอกเหนือจากที่นักลงทุนทั่วไป ใส่ใจตามดูกันปกติครับ

2.การวิเคราะห์ของเทรดเดอร์
แตกต่างจาก นักลงทุน นักวิเคราะห์ หรือนักเกร็งกำไรอย่างไรครับ (ผมมีความรู้สึกลึกๆว่า การวิเคราะห์ สังเคราะห์ มุมมอง การตีและความ น่าจะไม่เหมือนนักลงทุนหรือนักวิเคราะห์โดยทั่วไป เทรดเดอร์จึงมองเห็นโอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็น)

3.การวางแผนของเทรดเดอร์
โดยปกติ เทรดเดอร์จะวางแผนก่อนที่จะเข้าไปเทรด ใช่ไหมครับ ที่ผมสงสัยคือปกติเทรดเดอร์มืออาชีพจะต้องเตรียมแผน ไว้กี่แผนกี่แบบครับ ( เช่น แผนการเล่น แผนเชิงกลยุทธ์ แผนฉุกเฉิน ฯ)

ขอบคุณ
อย่าพึ่งรำคาญนะครับ

1001ii said...

จริงครับ short-selling เป็นศาสตร์ที่ยากมาก แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้

Nattapon Phromthabud said...

ขอบคุณพี่มากครับ บทความนี้ทำให้ผมกระจ่างในเรื่อง Short Sell มากๆ