Monday, May 19, 2008

อย่าสู้กับเค้าโดยตรง(Correlation Trading Style)

ก่อนอื่นขอ นำข้อความจากหลักพิชัยสงคราม อู๋ฉี่ มาไว้ให้ดูกันก่อนนะ
" เมื่อเอ่ยถึงคุณสมบัติขุนพล คนทั่วไปมักมองเฉพาะความกล้าหาญ และความเก่งกาจในการรบพุ่ง ของขุนพล แท้จริงแล้วนั้นเป็นเพียงหนึ่งในเงื่อนไขหลายๆข้อที่พึงมี เพราะถ้าหากมอบอำนาจให้แก่คนที่มีความกล้า เก่งกาจในการรบ แต่ไร้สติปัญญา วางแผนการไม่ได้ เค้าย่อมนำกองทัพเข้าสู้กับข้าศึกโดยตรงอย่างวู่วาม กองทัพที่รบอย่างวู่วาม โดยไม่คำนึงถึงผลได้ผลเสีย สักวันหนึ่งย่อมพินาศอย่างแน่นอน "

(ขอบคุณกราฟจาก Yahooแล้วกันที่ช่วยเปรียบเทียบให้นะ เพราะขี้เกียจทำกราฟ อิอิ)


บางทีการไม่เผชิญหน้าต่อสู่กับศัตรูที่น่ากลัวโดยตรงก็เป็นกลศึกที่ดีที่สุด ในสงครามการเงินการวางแผนพิชัยสงครามก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากเช่นกัน ทำไมเฮดจ์ฟันบางกลุ่มถึงเลือกใช้ Correlation Style ในการทำสงครามการเงินนี้ นี่ก็เป็นหนึ่งในวิธีการที่ช่วยให้ระบบการเทรดของเราอยู่ได้นานมากขึ้นนั่นเอง

หลายคนหลังจากสร้างระบบเทรดที่ดีขึ้นมาแล้ว 80% มักจะประมาทเข้าต่อสู้กับคุ่ต่อสู้โดยตรง ไม่ต่างอะไรกับกองทัพที่ แม่ทัพเต็มไปด้วยความกล้าหาญ บ้าบิ่น (อาจจะเหมือนแม่ทัพผู้เก่งกาจหลายท่านในสามก๊กก็ได้ สมัยก่อนตอนที่เราอ่านสามก๊กแล้วคิดมักจะว่าทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย เมื่อเราเป็นผู้ดูอยู่ภายนอกนั่นจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะเห็นจุดบกพร่องทั้งหลายของคนอื่น แต่กลับมองข้ามข้อบกพร่องของเราเอง ตัวเราเองก็เหมือนกันกลับลืมมองตัวเองสมัยเป็น Trader ก็ไม่ต่างอะไรกับพวกแม่ทัพที่มีฝีมือแต่ไม่รุ้จักวางแผนเช่นกัน รบพุ่งต่อสู้โรมรันโดยตรงตลอด หรือแม้แต่เวลารบชนะอยุ่เสมอก็ทะนงตนเอง ไม่ต่างอะไรกับกวนอูตอนทะนงตนเลยเช่นกัน อาจจะเข้าทำนองที่เค้าบอกว่าดูละครแล้วให้มองย้อนดูตัวนั่นเอง ) วันนี้จะอธิบายให้เพื่อนๆในกลุ่มฟังว่าทำไมการรบพุ่งโดยตรงอย่างที่คนส่วนมากนิยมทำถึงเป็นเรื่องอันตรายได้เช่นกัน

มาดูกันนี่คือสิ่งที่คนส่วนมากทำหลังจากที่สร้างระบบเทรดของตัวเองขึ้นมาแล้ว (คนพวกนี้ก็จัดว่าเป็นแม่ทัพที่มีฝีมือพอตัวเพราะสร้างระบบเทรดการต่อสู้ กลยุทธ์ของตัวเองขึ้นมาได้) การต่อสู้ในสนามรบโดยตรงมันดูเย้ายวนใจแก่เหล่าผู้กล้าทั้งหลาย เพราะผลตอบแทนจากการชนะมันสวยงาม รวมทั้งบางทีการใช้กำลังพลไม่ต้องมาก ( เพราะเล่นบนมาร์จิ้นได้) อ่ะ ทีนี้คงรู้แล้วนะว่าเราจะพูดถึงตลาดอะไร ตลาดฟิวเจอร์นั่นเอง

ในตลาดฟิวเจอร์นั้นจัดได้ว่าเป็น Zero sum game ทุกคนต่างก็พยามพัฒนาวิธีการต่างๆเพื่อที่จะจัดการฝ่ายตรงข้าม และแน่นอนไม่มีใครสามารถเป็นผู้ชนะได้ตลอดไป ถ้าไม่พยามพัฒนาให้เท่าทันคนอื่นอยุ่เสมอ ดังนั้นบรรดาแม่ทัพผู้มันใจในวิชาของตนต่างเข้ามาโรมรันกันในนี้อยู่เสมอ และมักหยามใจหากตัวเองชนะบ่อยๆ หารู้มั้ยว่ากฏของ Game theory กำลังเริ่มค่อยๆทำงาน เพราะตลาดมันใหญ่เลยทำให้เราไม่สังเกตุถึงความเปลี่ยนแปลง ผู้คนที่แพ้บางคนทนไม่ไหวออกจากตลาดไป บางคนก็พยามพัฒนาฝีมือของตัวเองเพื่อจะเป็นฝ่ายชนะบ้าง ดังนั้นจึงมีโอกาสมากที่สักวันวิธีการของเราจะไม่สามารถต่อกรกับคนอื่นได้ ซึ่งทำให้เราไม่สามารถทำตามโมเดลได้นั่นเอง และจุดจบตรงนี้เองที่เราเห็นหลายคนในตลาดต่างประเทศต้องเจอมาแล้ว

ในฐานะผู้ร่วมวางกลยุทธ์(กุนซือ)ของเฮดจ์ฟันคนหนึ่ง กำลังพลในความดูแลของเราจะไม่ออกรบโดยตรงในสนาม Future (แต่ถ้าจำเป็นหรือมีสถานการณ์ที่ได้เปรียบหรือมีโอกาสที่ชนะมากก็ที่จะสามารถเข้ารบโดยตรงได้เหมือนกัน) โดยให้เพื่อนๆแม่ทัพ กุนซือ ท่านอื่นๆออกไปทำหน้าที่ในสนามรบแห่งนี้แทน เพื่อไม่ให้ผู้คนในตลาดเหล่านั้นรุ้แนวทางของเรา หรือ รวมทั้งทำให้อยู่รอดในสมรภูมิให้ได้นานที่สุดเท่าที่ความสามารถของเราจะเอื้ออำนวยนั่นเอง ดังนั้นเราจึงไปรบในสนามรบที่ให้ผลใกล้เคียงกัน นั้นคือ ETF นั่นเอง ซึ่งผลกระทบโดยตรงจากการหากินส่วนต่างจะน้อยเพราะเราไม่ได้ไปฟาดฟันเค้าโดยตรง นั่นเอง พอเป็นไอเดียให้กับเพื่อนๆในกลุ่มทุกคนนะครับ เพราะ ETF และ Options สามารถช่วยทำให้เราวางกลยุทธ์ได้มากมายเป็นต้น

2 comments:

keng said...

ตามความเข้าใจของผม

เป็นการ"ล่อนักพนัน"เข้าในตลาด Future โดยผู้คุมตลาดเองสร้างจากระบบพื้นฐานที่เขาคุมอยู่ไว้ (อย่างที่คุณมัดเลย์เคยบอก ... เขาโกงเวลา)

ดูๆไปแล้ว เขาหากินบนความโลภนี่เอง แต่หากเราไม่โลภและหาประโยชน์จากเกมของเขา ความโลภของเขา เช่น เทรดบน ETF หรือ Options หรือ Futures โดยมีฐานรองรับ

ดูเหมือนกำไรจะน้อยกว่าในระยะสั้นๆ แต่จริงๆแล้ว ระยะยาวได้มากกว่า

Nattapon Phromthabud said...

ขอบคุณพี่ต้านมากครับ ได้ Mindset ที่ดีมากๆ