Tuesday, September 05, 2006

กระดาษทดทางความคิด(กีฬาที่ใช้พื้นที่น้อยเพียงแค่6-8นิ้วระหว่างหูในการแข่งขัน)

หลังจากนั่งคิดนอนคิดถึงสิ่งที่ edward พยามจะสื่อ นั่นก็คือไม่ว่าเราแต่ล่ะคนจะใช้โปรแกรมหรืออะไรในการวิเคราะห์ก็ตามเราจักจำเป็นต้องมีกระดาษทดทางความคิดก่อนจะตัดสินใจซื้อขาย เพราะการที่เราทดก่อนจะทำให้เราได้เปรียบคู่ต่อสุ้ในเรื่องของอารมณ์หรือคนที่เทรดด้วยการมองกราฟแล้วใช้ตากับหัวในการคิดเพียงอย่างเดียว การที่เราได้ขีดๆเขียนๆนั้นเป็นการส่งเสริมจินตนาการ รวมถึงความเป็นไปได้ในการมองภาพต่างๆได้ดีขึ้นอย่างมากมายทีเดียว และยังทำให้เราได้ปรับปรุงตัวเองด้วยหากเกิดความผิดพลาดเพราะกระดาษทดนี้จะยังอยู่ให้เราเห็นนั่นเอง

หัวข้อต่อไปเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะยากเหมือนกัน ยากที่จะแปลงให้ง่ายเหมือนหัวข้อที่ผ่านๆมา คงต้องใช้เวลาสักระยะ ที่เทรดเดอร์ทีมเราจะได้อ่านกัน

9 comments:

non said...

สมองเค้ามีไว้กั้นหูเฟ้ย อิอิ...

บอย said...

คิดยังไงกับราคาน้ำมันดิบ ในไตรมาส 4 ตาม นักวิเคราะห์เทคนิคตาม link ด้านล่างนี้ครับ

https://www.trinitythai.com/Inter/research/T_20060908.pdf

mudleygroup said...

จริงๆแล้วตลาดฟิวเจอร์ ก็ไม่แตกต่างกันเท่าไรครับ เราพยามจะวิเคราะห์ ว่ามันควรจะไปทางไหน ไม่ว่าจะนำข้อมุลทาง supply demand มาคิด หรือแม้แต่ข่าวสารต่างๆมาชี้นำ แต่หัวใจสำคัญของการเล่นตลาด zero sum game มีเพียงหัวใจเดียวคือการต่อสู้กับคนครับ ข้อมูลข่าวสารเค้าก้ใช้เพียงเพื่อบีบให้เราคิดไปตามที่เค้าวางไว้ เกมที่มนุษย์สู้กันก็แบบนี้หล่ะครับ ถ้าเรามองออกว่าคนทั่วไปรุ้สึกอย่างไร และคิดอย่างไร เราก็รอดได้ไม่มีปัญหาครับ เช่น น้ำมัน ตราบใดที่ trader รายย่อยฝรั่งยังคิดว่าน้ำมันช้อนซื้อได้ หรือน้ำมันจะแพง มันก้จะตกลงเรื่อยๆ นั่นหล่ะครับ จนเมื่อทุกคนมองพ้องว่าน้ำมันไม่มีปัจจัยอะไรที่จะแพงขนาดนั้น เมื่อนั้นหล่ะ ครับ วัฏจักร เดิมๆแบบนี้กลับมาเรื่อยๆ เราต้องลองทบทวน วัฎจักรแบบนี้หลายๆรอบดูครับแล้วจะเข้าใจ

อา กบ said...

สวัสดีครับ หลานต้าน หัด Up Blog บ้างนะครับ แล้วสถิติ 9 นาที เมื่อไหร่จะมาลบครับ อิอิ

บอย said...

เทรด โดยอ่านกราฟ อย่างเดียว ไม่ตามข่าวเลยเพราะอาจเป็นข่าวไม่จริง อาจทำให้ความคิดการอ่านกราฟไม่ถูกต้อง กับ ตามข่าวด้วย อย่างไหน ดีกว่ากันครับ

เซียวฟง said...

ท่านmudley คับ คือ ผมสงสัยว่าpattern ของ น้ำมันดิบ คล้ายกับหุ้นปั่นในไทย เพียงแต่เค้าใช้หลักการแยบยลและtime cycleยาวกว่า เพาะผู้เล่นมีเยอะราย ขอยกตัวอย่างนะคับว่า ในตลาดฟิวเจ้อ ผมขอแบ่งตามคนเทรดไว้3ประเภท 1.Hedger พวกใช้ฟิวเจ้อลดความเสี่ยง เช่น shell 2.Arbritrager พวกค้ากำไรโดยไร้ความเสี่ยง 3.Speculator มีทั้งรายย่อยจนถึงระดิบบิ๊กๆอย่างโซรอส ผมดูแล้ววอลุ่มที่เพิ่มขึ้น(ในการทำสัญญา)จาก 2-3ปีก่อน น่าจะมาจาก speculator ดังนั้นในระยะยาวแล้วมันลงชัวเหมือนหุ้นปั่น เพาะโดยธรรมชาติแล้วราคาควรถูกกำหนดจากdemand และsupply ของพวกHedgerเป็นหลัก(ผิดถูกทั่นmudleyชี้แนะข้าน้อยด้วย) ขอถามอีกอย่างหนึ่งคับ คือset เนี่ยผมสังเกตเวลาฝรั่งซื้อจะซื้อต่อเนื่อง และพร้อมเพรียง ผมเลยคิดว่ากองทุนเก่งๆเค้าจะดูออกพร้อมๆกัน(ใกล้เคียงกัน)ใช่มั้ยเวลาที่set มีโอกาสขึ้นง่ายๆโดยเงินที่เค้าใส่มา?

เซียวฟง said...

ขออีกนิดนะคับ คือท่านmudleygroup คิดว่าset กับตลาดทุนอื่นๆเช่นFTSE Nikkei พวกกองทุนเก่งๆเค้าใช้conceptเดียวกันหรือป่าวคับในการทำตลาด(คือผมจะได้มั่นใจว่าถ้าผมพยายามทำความเข้าใจset แล้วจะได้ประยุกใช้กับตลาดอื่นๆด้วยคับ)

Anonymous said...

http://topicstock.pantip.com/sinthorn/topicstock/I2797116/I2797116.html

Nattapon Phromthabud said...

ขอบคุณฮ่ะ