Sunday, December 19, 2010

Level 1 Sniper Trading หรือ Betting Trade

[ ชี้แจงหลักสูตรการเทรน จากพี่ MudleyGroup ]




                สวัสดีครับ เนื่องจากช่วงนี้ผมพอมีเวลาอยู่บ้าง ก็เลยจะเขียนอธิบายหลักสูตรในเลเวลหนึ่งให้น้องๆที่มาทำการฝึกได้เข้าใจตรงกันนะครับ ว่าทำไมเราถึงต้องฝึกฝนอย่างนี้ และแตกต่างจากเทรดเดอร์ทั่วไปอย่างไรกันบ้าง

ในเฮดจ์ฟันนั้นหลักสูตรเทรดเดอร์ที่นิยมใช้เทรนเทรดเดอร์กันก็คือหลักสูตรตัวนี้ และ เพื่อไม่ให้น้องๆเข้าใจผิดจากการไปอ่านหนังสือหรือการค้นหาตาม web site เพื่อค้นคำว่า Sniper Trading

Sniper trading นั้น ถูกยืมไปใช้อย่างมากในวงการเทรดเก็งกำไร เช่น พวก Forex ทำให้หลายๆคนเข้าใจผิดว่าเป็นการเก็งกำไรแบบเน้นความแม่นยำสูง และ เมื่อพลาดก็จำต้องตัดสินใจ Cut Loss และแน่นอนไม่จำเป็นที่พวกเฮดจ์ฟันปิด จะต้องออกมาชี้แจงถึงการเอามาสอนกันผิดๆให้เข้าใจถูกกัน ก็เพราะยิ่งเข้าใจกันผิดก็ยิ่งง่ายต่อตัวเองในการทำกำไรในตลาดเงินตลาดทุน

Sniper trading คือหลักสูตรการเทรนเทรดเดอร์ประสิทธิภาพสูงสุด หรือกล่าวอีกในหนึ่ง คือการสร้าง ผู้เชี่ยวชาญในวงการเทรดในระดับสูงสุด และ อันตรายที่สุด เท่าที่เทรดเดอร์คนนั้นจะเรียนรู้ไหว

เพื่อให้น้องๆเห็นภาพ การยกวิชาคณิตศาสตร์มาจะทำให้น้องๆหลายคนที่ไม่มีพื้นทางคณิตศาสตร์งงกัน ขอ ยกตัวอย่างหนังแล้วกันนะครับ น้องๆอาจจะเคยได้ดูหนังเกี่ยวกับ สไนเปอร์ที่สู้กันพี่จำไม่ได้ แต่พี่เลือกเรื่องนี้แล้วกัน เพราะมันเข้า Concept ของ hedge fund ที่สุดแล้วว่าทำไมต้องเลือกคำนี้ ซึ่งจากหนังในเรื่องนั้น หากน้องต้องต่อสู้กับสไนเปอร์ด้วยกันแล้ว เมื่อน้องยิงพลาดไม่โดนเค้า นั่นหมายถึงเค้าก็สามารถที่จะจับตำแหน่งของน้องได้ ซึ่งนั่นหมายถึงชีวิตกันเลยทีเดียว

ทีนี้น้องก็จะมองเห็นภาพแล้วว่าทำไมเรานำระบบ Hp หรือ Hit point มาใช้ ก็เพื่อให้เทรดเดอร์ระลึกอยู่เสมอ ว่าเงินสดของตัวเองก็คือพลังชีวิตของตัวเองนั่นเอง  กระสุนหนึ่งนัดที่น้องบรรจุลงไปในลำกล้อง เพื่อทำให้ match 1 ออเดอร์ น้องก็ต้องใส่พลังชีวิตของน้องลงไปด้วยในกระสุนแต่ล่ะนัด ซึ่งเมื่อน้องพลาดจึงไม่มีการ cut loss เปรียบเสมือนการรบในสนามจริงเมื่อน้องพลาด น้องต้องแลกมาด้วยชีวิตของน้อง

ทีนี้ต่างจากระบบ cut loss อย่างไร ระบบ cut loss ไม่ได้ช่วยให้เทรดเดอร์ดึงพัฒนาการได้อย่างสูงสุด เพราะ เทรดเดอร์จะรุ้ว่าตัวเองทำผิดพลาดได้ เมื่อผิดทางก็แค่ cut loss เพื่อเริ่มใหม่  ทำให้จิตใต้สำนึกรับรุ้จากการผิดพลาดได้น้อยมาก ซึ่งหลายคนอาจจะบอกว่า ตัวเลขรับรู้ขาดทุนจากการ cut loss นั่นก็ทำให้เจ็บปวดอยุ่เหมือนกันนะครับ น้องต้องแยก 2 อย่างนี้ออกจากกันให้ได้นะครับ เมื่อน้องรับรู้การเจ็บปวดแล้วสิ่งนี้จะไม่ถูกฝังอยุ่ในจิตใต้สำนึกของน้อง เพราะน้องได้เลือกที่จะยอมรับบทลงโทษผ่านความเจ็บปวดจากการ cut loss ออกมาแล้ว

เมื่อน้องฝึก Sniper Trading กันจนชำนาญแล้ว จิตใต้สำนึกของน้องจะได้รับการฝึกฝนไปด้วยเช่นกัน เพราะเราจะโปรแกรม Skill ไปยังเบื้องลึกของจิตใต้สำนึกของเทรดเดอร์กันเลย ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจหากน้องๆเทรดเดอร์คนไหนที่พัฒนา skill ขึ้นมาได้จนแตกต่างกว่าระดับมาตรฐานมากอย่างเห็นได้ชัด เพราะ ลึกๆแล้วพี่อยากให้การเทรนเทรดเดอร์ครั้งนี้สร้างเทรดเดอร์มืออาชีพในระดับของเฮดจ์ฟันอเมริกา หรือยุโรปกันเลย ขอให้ตั้งใจกับการฝึกครั้งนี้นะครับ J


Credit By MudleyGroup

25 comments:

Boe said...

Enemy At the Gate ประวัติของ Vassili Zaitsev คับผม

Anonymous said...

อ่านแล้วยิ่งรู้สึกว่าตัวเองยังอ่อนประสบการณ์อีกเยอะ
ต้องขอขอบคุณพี่ๆมากๆคับ ที่ช่วยสอนความรู้ให้คับ
เข้ามาสอนบ่อยๆ นะคับ จะคอยติดตามคับ

Ladtanan said...

อ่านแล้วซึ้งเลยครับ.... ตอนซื้อแต่ละไม้ เครียดเลยทีเดียว
ขอบคุณมากๆอีกครั้ง สำหรับจัดการเทรนครับ

สนุกและได้ความรู้ครับ :)

anonymous said...

สุดยอดครับ

Anonymous said...

สงสัยรบกวนสอบถามว่าการฝึกแบบนี้คือว่าให้เรียนรู้เองใช่ไหมคับ เพราะดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นเลย แต่ก็สงส้ัยว่าบอกว่ามีสอนนี่สอนอะไรตอนไหนหรือคับ หรือว่าจะเป็นเหมือนkarate kidตอนที่อ.ให้ล้างรถเพื่อที่จะฝึกท่าพื้นฐานแบบนั้นหรือป่าวคับ ??? ไม่ควรจะถามอะไรมากทำตามทีอ.บอกไปก่อนก็พอ

Anonymous said...

Oh!!!!! หากบรรจุกระสุนแล้วยิงพลาด หมายถึงชีวิตเรา

balperfect said...

สุดยอดมากกกกก

kowit said...

ขอบคุณครับ

ดอกไม้ said...

ขอบคุณมากครับ

ติดใจมาก ๆ ว่าทำไมถึงฝึกแบบนี้

one said...

ขอบคุณครับ

HaBee said...

ขอบคุณครับพี่ ๆ ดีใจที่ได้รับการแบ่งปันความรู้ครับ

Keerati Jittrawong said...

กำลังสงสัยอยู่เลย ว่าทำไมถึงให้ฝึกเทรดแบบไม่ให้ cut loss

Trader Staff said...

ฝึกตามข้อกำหนดที่กำหนดครับ ระดับนี้เป็นการฝึกดึงไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ของเทรดเดอร์คนนั้นๆและการทำงานเป็นทีมครับ ในการเทรดระดับสูงหากเทรดเดอร์ไม่มีความสร้างสรรค์จะไปไม่รอดในเกมส์ระดับ inter ครับ

Netto said...

แนวคิดเบื้องหลังการฝึกล้ำลึกมากคับ
อย่างนี้ ผมต้องฝึกอีกเยอะเลยเนี่ย

ดอกไม้ said...

ความรู้สึกนึงของผมในช่วงนี้คือ

เหมือนกับทำให้ต้องมองในกรอบช่วงราคาที่กว้างขึ้น

ก่อนตัดสินใจส่งคำสั่งซื้อขาย

ผมรู้สึกตะกุกตะกักมากพอสมควร

เพราะปกติจะมีไม้ที่อยากขายทำกำไรสั้น ๆ อยู่ด้วย

การไม่ได้ดู real time

ก็ทำให้รู้สึกกะราคาไม่ค่อยถูกครับ

ขอบคุณพี่ ๆ staff อีกครั้งครับ

Trader Staff said...

ตอบน้องดอกไม้นะครับ

ความผันผวนรายวันมักจะทำให้เราเขวได้อยู่เสมอๆ บ่อยๆ ครั้บ การฝึกวางแผนจะช่วยให้เราประยุกต์ในการเทรดหน้าจอเรียลไทมได้ดีขึ้นครับ

Anonymous said...

คือการทำตามแผนที่วางไว้โดยไม่มีการคัสลอท
ให้ทราบซึ้งถึงความผิดพลาดครั้งนั้น
แค่การฝึกเท่านั้น เล่นจริงไม่เกี่ยว

ผมเข้าใจถูกหรือเปล่าครับ?

Trader Staff said...

เทรดจริงก็เกี่ยวครับ ระบบไม่ Cut loss หากกองทุนเฮดจ์ฟันทำได้จะถือว่ามีระบบการบริหารความเสี่ยงที่ดีมากๆครับ ทำให้กองทุนมีความแข็งแกร่งสูงกว่ากองทุนทั่วไปหลายเท่าครับ เพราะระบบคิดว่าเผื่อไว้หาก underlying เราลดระดับจนไม่มีค่าเลยเอาไว้เรียบร้อย ซึ่งในกองทุนของเราพี่มัด แกทำสำเร็จแล้วก็ถือว่าเป็นโชคดีของเทรดเดอร์ไปด้วยครับ เพราะจะลดความกดดันของเทรดเดอร์ไปได้พอสมควร ทำให้เทรดเดอร์ดึงความสามารถได้อย่างเต็มที่เลยครับ

Anonymous said...

ขอบคุณสำหรับความรู้นะครับ
ขอถามเพิ่มเติมอีกหน่อ่ยนะครับเพราะสับสนนิดหน่อย
หากเรา L tfex ไว้ แล้วมันลง เราจะทำอย่างไรครับ
ปล่อยให้มันลงถึงไหนกรณีที่ตัดสินใจผิดพลาด

รอบนี้ผม s ไว้ตั้งแต่725 ระบบยังไม่สั่งปิด
แต่ผมเห็น hammer เลยปิดไปก่อน โดย
ไม่ใช้ indicator ใดๆเลย เพราะใจกลัวไม่อยากให้กำไรหายไปเกินครึ่งหาก
ปล่อยไว้ต่อไปในกรณีที่เกิดสัญญาณล่าช้าในตลาด sideway...
แบบนี้ถือว่าไม่ถูกต้องและไม่ดีในระยะยาวใช่ไหมครับ

ดอกไม้ said...

ขอบคุณมากครับ

Trader Staff said...

ครับ ไม่ถูกต้องในระยะยาว แน่ๆครับ การเทรดโดยเทคนิค เพียวๆ ในระยะยาวนั้นจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องจาก เทคนิคนั้นจะมีจุดอ่อนอยุ๋หลายเรื่องเช่น

1. การ cut loss เมื่อผิดทาง จะทำให้เราโดน Volatility ของตลาด ซํดไปซัดมาจน มึน ซึ่งบางทีการสูญเสียทุนไปๆมาๆหลายๆรอบจะทำให้เราหลุดออกจากระบบ และเมื่อถึงคราวเทรนของเทคนิคที่เราใช้มาจริงๆ บางทีจากจิตใตที่สูญเสียความเชื่อมั่นจะการโดน Volatility ซัดไปซํดมา ก็ทำให้เราเลิกปฎิบัติตามระบบ จนทำให้อดได้สิ่งที่ควรได้จากระบบของเราเป็นต้นครับ

2. ถึงแม้เราจะทำตามระบบ จนได้กำไรอย่างสม่ำเสมอ เราจะเจออุปสรรคที่น่ากลัวมากที่สุดของการเทรดแบบเทคนิค ในอนาคต คือ Capacity Limit ของกลยุทธ์ของเรา เราไม่มีทางรุ้เลยว่าจุดอิ่มตัวของโมเดลเราอยุ่ตรงไหน และเมื่อถึงจุดนั้นเราเองก็ไม่กล้าเปลี่ยนโมเดลของเราอยุ๋ดีเพราะเราใช้มาจนเชื่อมั่นแล้ว ซึ่งทำให้พอเรามีพอร์ตใหญ่จนถึงจุดนี้ ต้องพบจุดจบเหมือนกองทุนเฮดจ์ฟันของธนาคารอื่นๆเช่นกันครับ

พวกนี้ที่พี่ยกตัวอย่างเป็น hidden risk ที่หลายๆคนมองข้ามไป อย่างมาก ซึ่งแน่นอนเฮดจ์ฟันคอยหาจังหวะกินจากเหยื่อที่ถึง capacity แล้ว เพราะตัวอ้วนและใหญ่สุดๆ เป็นต้นครับ

ดังนั้นจะเทรดใน product ใดๆน้องต้องเข้าใจจุดประสงค์ของ product นั้นๆให้ดีก่อน อย่าง Future เนี่ยเค้าไม่ได้ออกแบบมาให้เราเก็งกำไร ทิศทางโดยวัตถุประสงค์หลัก หากเราใช้เครื่องมือผิดวัตถุประสงค์ ก็เหมือนกับการเอารถเฟอรารี่ไปแข่งวิบากน่ะหล่ะครับ

HaBee said...

ขอบคุณครับพี่

บี

Anonymous said...

น่าสนุกจังครับ แล้วตลาดไหนเหมาะกับนักเก็งกำไรครับ
ผมก็เข้าใจว่า future เหมาะกับการเก็งกำไรซะอีก
เพราะเก็งทางถูกได้ไม่เบาจากleverageกันทีเดียว

Anonymous said...

ปีหน้าให้shortหุ้นในset100ได้แบบนี้เงื่อนไขในเกมฝึกจะเปลี่ยนไหมหรือคับ...

Trader Staff said...

เงื่อนไขเหมือนเดิมครับ แต่รายชื่อหุ้นอาจจะมีเพิ่มขึ้นมาให้เลือกได้หลากหลายมากขึ้น ซึ่งก็อยุ่กับ product ที่ Tfex จะออกมาด้วยครับ