Wednesday, April 28, 2010

คนบางกลุ่มที่สร้างกรอบการรับรู้และทิศทางให้เราเดินตาม



ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กระแสเรื่องทฤษฎีสมคบคิดในอเมริกาค่อนข้างมาแรงมาก จนทำให้ผมอดใจและอยากจะพยามเสาะหาความจริงอยู่เหมือนกัน ในช่วงนี้หลังจากมีข่าวเรื่อง Lehman brother กับ Paulson fund ในการร่วมมือกันยำตราสาร CDO แล้วปั้นออกมาขายให้ธนาคารต่างๆ ก็ถือเป็นการดีที่พูดคุยเรื่องนี้ตามกระแส

เสียดายที่ผมเคยโพสท์ผังโครงสร้างการทำงานของ Paulson fund เอาไว้ใน pantip (ตอนนี้ทำลายเอกสารนั้นทิ้งไปแล้วด้วย อิอิ) ซึ่งมีรายชื่อบุคคลที่ผมถือว่าค่อนข้างฉลาดในระดับสูงมากในระบบการเงิน ถ้ามีเพื่อนคนไหนเก็บไว้อยุ่ก็คงจะได้เห็นกันว่าคนนี้หล่ะอันตรายจริง

มาคิดตามกันนะครับว่าผมรอดูอะไรอยุ่ หลังจากที่เกิดข่าวเรื่อง lehman ผมก็จับตาติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะมีใครกล้าดึงคนนี้ออกมาเปิดเผยมั้ย สรุปคือจบที่ lehman กับผู้บริหาร ส่วนผู้ที่อยู่เบื้องหลังการปรึกษาพิเศษสำหรับกองทุนนี้กลับไม่มีการโยงไปถึง

นั่นหมายถึงอะไร เนื่องจากผมไม่ได้อยู่ในระดับที่จะรู้ได้เช่นกัน ที่ทำได้ก็แค่รวบรวมข้อมูลเอกสารความจริงเท่าที่จะมีได้ในวงการเฮดจ์ฟันด้วยกันเอง แต่อย่างน้อยก็ทำให้ผมได้รู้ว่าโลกนี้ไม่ได้เปิดเผยความจริงให้พวกเราได้รับรู้อย่างแท้จริงเลย

บุคคลผู้นั้น ผู้ที่อยุ่เบื้องหลัง Paulson Fund ไม่ใช่ Fund manager หรือ Trader อันดับ top 5ของโลกปัจจุบัน อย่าง John Paulson แต่อย่างไร เพราะจริงๆแล้ว John Paulson เพิ่งมาดังเป็นพลุแตกจาก performance อันสุดยอดก็เนื่องจากสามารถชักจูงบุคคลคนนั้นมาเป็นกุนซือให้กับกองทัพเฮดจ์ฟันของตัวเองได้นั่นเอง

คนนั้นคือ อลัน กรีนสแป บุคคลนี้เมื่อเข้ามาอยุ่ในวงการเฮดจ์ฟันแล้วกลายเป็นคนอันตรายอย่างมาก ทั้งยังวางตัวในตำแหน่งที่รอบคอบมาก กล่าวคือ กรีน สแปน อยุ่ในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ซึ่งหากมีอะไรกับ Paulson fund ก็ไม่สามารถเข้าถึงตัว กรีน สแปนได้อยุ่ดีนั่นเอง

ที่พูดถึง อลัน กรีนสแปนวันนี้ หากเรามองด้วยใจที่เป็นกลางแล้ว ค่อนข้างจะทำให้ผมเจ็บช้ำอยุ่ลึกๆเหมือนกัน เนื่องจากเป็นบุคคลที่ผมชื่นชอบมากๆ แต่ถึงแม้จะเจ็บปวด ที่ได้เห็นผลจากไอดอลของตัวเอง เมื่อมาอยุ่ในวงการเฮดจ์ฟันแล้วกลายเป็น dark vader

นโยบายของ Paulson นั้นเน้นการสร้างกำไรจากการล้มสลายของระบบการเงินธนาคารนั่นเอง ลองคิดดูว่าเค้าฉลาดแค่ไหนในการยำตราสารขยะ เพื่อหลอกขายให้กลับกลุ่มธนาคารได้อีก คนในวงการการเงินที่เรียนมาระดับสูงๆ กลับตามเกมส์ของกุนซือเฒ่าไม่ได้เลยสักคนเดียว สรุปดีลนี้ Paulson ได้กำไรไประดับ Billions ส่วน Lehman ผู้โชคร้ายโดนกล่อมให้ไปขายของให้ ได้ค่าธรรมเนียมไปจากเศษเงินของ Paulson ราวๆ 15 -16 ล้าน Us แถมโดนเล่นอีกต่างหากยันผู้บริหารเลย เรียกว่าได้ไม่คุ้มเสีย ส่วน Paulson ลอยนวลไปเนื่องไม่มีกฏเกณฑ์อะไรที่จะเล่นงานได้ และแน่นอนถึงสมมุติจะโดนกลต.ของอเมริกาหาเรื่องมาเล่นให้ได้ กุนซือตัวจริงก็ยังไม่มีใครสาวไปถึงอยู่ดี

แต่ที่ผมแปลกใจทำไมบุคคลระดับสูงถึงได้แค่ ต่อว่าแค่ John paulson แต่กลับไม่มีการหยิบพุดถึงที่ปรึกษาพิเศษคนนี้เลย ทั้งๆที่รู้กันอยุ่แล้วลึกๆว่ากุนซือคือใคร

สรุป ระบบการเงินของโลกจะยังเสี่ยง ถ้าไม่มีการดึงผู้รู้จริงจากจุดอ่อนของระบบการเงินให้เข้ามาร่วมแก้ไข เพราะระบบของเรายังมีช่องโหว่อยุ่มากที่เอื้อต่อเฮดจ์ฟันด้านมืดให้โจมตีได้อยู่เสมอ และคนระดับสูงๆอย่างในอเมริกาหลายๆคนก็รุ้ แต่ก็ยังปล่อยให้ระบบมันเป็นไปแบบนี้ น่าคิดเหมือนกันนะเนี่ยว่าโลกนี้กำลังเล่นเกมส์อะไรกันอยู่ :)


** บทความนี้เป็นเพียงมุมมองหนึ่งของผู้ที่อยู่ในวงการเฮดจ์ฟัน อาจจะไม่ครบถ้วนเพราะในอเมริกามีปัจจัยอยุ่มากและเรื่องการเมืองในนั้นก็สำคัญมาก ซึ่งผู้เขียนไม่มีประสบการณ์ด้านการเมือง ข้อเขียนนี้จึงไม่สมบูรณ์และ base บนข้อมูลทางที่ตัวเองเชียวชาญอย่างเดียเท่านั้น**

16 comments:

Plamuek76 said...

ผมชอบติดตามเรื่องทฤษฎีสมคบคิดเหมือนกันครับ และค่อนข้างเชื่อด้วยว่ามีอยู่จริง

ดอกไม้ said...

ขอบคุณครับ

Natthapurin said...

ขอบคุณพี่ Mudley ครับ อ่านแล้วได้คิดอะไรมากมายเลย เหมือนกับว่าเรื่องราวต่างๆ ที่เราเห็นหรือรับรู้ในปัจจุบันนี้ จริงๆ แล้วมันคือของจริง หรือสิ่งที่ผู้มีอำนาจกำหนดขึ้นตามใจของเค้ากันแน่! รู้สึกเหมือนฉากหน้าเป็นเรื่องราวต่างๆ ข้างหลังกลับมีเส้นสายต่างๆ คอยบังคับอยู่

Natthapurin said...

ขอถามซักข้อนะครับ คือตามความเห็นรู้สึกว่ารูปแบบการเทรดแบบ KZM นี่เหมาะกับพอร์ตใหญ่ๆ มากกว่าเล็กๆ หรือป่าวครับ

keng said...

ต่อให้เปลี่ยนขั้วอำนาจ เป็นอเมริกาล่มสลาย ... ผมว่า มนุษย์ก็ยังกลับมาแบบเดิมๆ เพราะมันมี "กิเลส" หลายๆ ระดับเป็นตัวขับเคลื่อน

การสมคบคิด อาจจะมีจริง โดยไม่ต้องพูดตกลงกัน แค่คลื่นความคิดสอดคล้องกัน โอกาศ การกระทำ มักจะเกิดขึ้นไล่ๆ กัน เหมือนลูกโซ่ เพราะคนที่คิดเหมือนๆกันจะถูกเหนี่ยวนำให้มาเจอกันและทำอะไรสอดคล้องกัน (ผมก็มั่วได้จริงๆ ฮ่าๆๆๆ)

สุดท้าย เราคงต้องนั่ง "สมาธิ" หาคำตอบ มากกว่านั่งขบคิดแล้วล่ะครับ

^_^

Anonymous said...

น่าสนใจมากครับ ไม่ทราบว่าจะหาอ่านรายละเอียดได้จากไหนบ้าง

pop said...

:D

mudleygroup said...
This comment has been removed by the author.
mudleygroup said...

ตอบคุณ Natthapurin ครับ

kzm เหมาะสำหรับระบบการลงทุนแบบเน้นปกป้องเงินทุนน่ะครับ และเน้นไม่ให้ผู้ใช้เจ๊งเป็นอันดับแรก ซึ่งจะเห็นได้จากฐานการลงทุนหลักจะเน้น ETF เป็นอันดับแรก (ลอง google ดูข้อมูลก็จะเห็นว่าเฮดจ์ฟันหลายๆที่ก็เก็บ ETF เป็นปริมาณที่มากเช่นกันครับในการเริ่มต้นระบบ) ซึ่งถ้าคนพอร์ตเล็กจำเป็นต้องหาวิธีการมาขยับขยายพอร์ตด้วยเทคนิคที่มากขึ้น เช่นการนำกำไรไปต่อยอดใน options หรือ virus trading ครับ

สรุปกล่าวคือ Kzm ก็คือพื้นฐาน หรือไกด์ไลน์การลงทุนที่พยามให้คนที่ประสบการณ์ในเกมส์การเงินน้อยสามารถอยุ่รอดได้ ท่ามกลางความโหดร้ายของกลเกมส์ของผู้เล่นคนอื่นๆครับ แต่ถ้า คนที่อยากจะทำผลตอบแทนได้มากกว่านั้นก็อาจจะต้องพยามพัฒนา skill trade ของตัวเองด้วยครับ แต่ผมเองเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องยากที่จะทำให้หลายๆคนมีทักษะการเทรดระดับมืออาชีพ ซึ่งเพื่อนๆหลายคนมีความพร้อมไม่เท่ากัน ดังนั้น kzm จึงปลอดภัยที่สุดถ้าผมจะชี้แนวทางให้สำหรับผู้เริ่มต้นครับ :)

ตอบคุณที่ผมไม่รุ้ว่าใคร อิอิ
ถ้าสนใจเรื่องนี้เพิ่มเติมลองค้นคว้าจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Conspiracy_theory แล้วเชื่อมโยงข้อมูลดูครับ หรือ ไม่ทำแบบผมก็ได้เราอยุ่ในสายงานที่เชี่ยวชาญอะไรก็ลองรวบรวมข้อมูลความจริงในด้านที่เราทำอยุ่ แล้วดูว่าแท้จริงแล้วมันเป็นอย่างไรก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการค้นคว้าครับ อย่างกรณีผมนั้น เคยทำงานให้กับกองทุนเฮดจ์ฟันที่ติดต่อกับ paulson มาก่อน เลยเคยได้รับเอกสารหลายๆอย่างจากตัว paulson เองเป็นต้นครับ :)

Natthapurin said...

ขอบคุณพี่ Mudley ครับ :D

Keerati said...

น่าสนใจมากครับ ผมเคยทำงานอยู่ในห้องค้าเงินของแบงค์ และเคยทำหน้าที่เขียนรายงาน(ภายในหน่วยงาน)สำหรับตลาดเครดิตมาก่อน ก็ทำอยู่ในช่วงเกิด credit crunch นั่นล่ะครับ แต่ว่าออกมาก่อนที่ Lehman จะล้ม

ถ้าอยากจะคุยกับคุณ mudley นี่จะคุยทางไหนได้มั่งมั้ยครับ แต่ตอนนี้ผมอยู่ที่อิตาลีน่ะครับ

คนที่คุณก็ไม่รู้ว่าใคร said...

ลองตามๆอ่านข่าวดู รู้สึกว่าความผิดที่โกลด์แมนโดนกล่าวหาว่าฉ้อโกง เนื่องจากปกปิดข้อมูลตราสารที่พอลสันมาเอี่ยวด้วยนั้น เกิดในช่วงปี 2007 นะครับ ส่วนปู่กรีนสแปนแกเข้ามาแจมกับพอลสันในช่วงต้นปี 2008 เรื่องนี้ปู่แกอาจจะไม่เกี่ยวก็ได้นะครับ

ปล. พึ่งหาที่ให้ใส่ชื่อในคอมเม้นเจอ นึกว่าถ้าไม่มี account จะใส่ได้แต่ Anonymous

mudleygroup said...

สวัสดีครับ

ตอบคุณ Keerati ส่วนมากนานๆผมจะว่างน่ะๆครับ แต่ถ้าจะคุยกันก็อีเมลล์มาคุยกันครับ :)

สวัสดีครับ คุณคนที่ไม่รุ้ว่าใคร หลังจากที่ กรีนสแปนเข้า มีการเซ็นสัญญาขาย credit เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงปี 2009 ครับ แต่เนื่องด้วยกองทุนของ paulson มีการ lock up เงินถึง 5 ปี ทำให้กองทุนที่ผมให้คำปรึกษาอยุ่ ถอนการลงทุนไม่ได้ จึงได้เห็นการทำธุรกรรมมากมาย ที่ส่งถึง investor ถึงแม้จะกำไรแต่กำไรแบบนี้รุ้สึกแปลกๆ หมด lock up ผมก็ไม่รุ้ว่าเพื่อนผมจะยอมถอนการลงทุนหรือปล่าวเลย กำไรเป็นร้อย%เลยตอนนี้ อาจจะยาก แต่ผมออกมาแล้วไม่ขอเกี่ยวข้องครับ อิอิ

Plamuek76 said...

มีหนังสือแนะนำให้ลองอ่านดูครับ

เงินล่าเงินข้ามโลก
http://bit.ly/d09oli

วิธีเก็งกำไรการเงินโลก
http://bit.ly/cCON7K

FromTheMountain said...

อยากรู้ว่ากำไรที่พวกเฮดจ์ฟันด์ได้นี่ส่วนใหญ่มาจากการเทรดซื้อ ๆ ขาย ๆ วันต่อวันหรือมาจากสถานการณ์พิเศษ แบบที่ Paulson ทำครับ ? แล้วก็เทรดเดอร์ในเฮดจ์ฟันด์ที่ทำกำไรจากการเทรดปกติที่ไม่นับรวมสถานการณ์พิเศษในระยะยาวนี่ซักกี่เปอร์เซ็นเหรอครับ ?

Anonymous said...

ขอบคุณครับ
(ชื่อ ฉรกลห)